"ดอก...ฟรีเซียค่ะ"
"เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม...รูปร่างก็น่ารักด้วยล่ะค่ะ...เวลาบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิแล้วจะสวยมากๆเลย...."
"ที่สำคัญคือเป็นดอกไม้เศรษฐกิจที่ขายดีมากๆเลยค่ะ...(เสียงเบาพลางหัวเราะ)" 
"ดอกฟรีเซียมีความหมายว่าความบริสุทธิ์และกา้รให้อภัยค่ะ..ถ้าสีต่างกันก็มีความหมายต่างกันไปด้วยนะ.."
"แต่ที่ชอบ...ชอบที่สุดก็คงสีขาวนี่ล่ะค่ะ... (ยิ้ม)"
 
--------------------------------------------------------------------------------

 
เลือกดอกฟรีเซียค่ะ เป็นดอกไม้ที่ได้ยินชื่อมานานแล้วแต่ก็ไม่เคยเห็นกับตาตัวเองซักที...พอค้นรูปเจอแล้วก็ชอบรุปทรงมากๆเลยค่ะ /-/
ความหมายเองก็มีหลากหลาย แต่พอเจอที่ว่าหมายถึงความบริสุทธิ์ น่าเอ็นดู แล้วก็การให้อภัยก็เลยรู้สึกว่าเข้ากับยามิลดีเหมือนกันนะ เลยเลือกดอกไม้ชนิดนี้น่ะค่ะ
 
 
 
รวมข้อมูลดอกไม้ที่ใช้อ้างอิงค่ะ
 

[TS] Cedric Bone - Master

posted on 24 Jun 2014 03:11 by hotaru-fai
 
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 photo tsacoa3.png
 

รูปเต็มตัวท่านั่งแปลกๆ / รูปหน้าตรงติดบัตรกลมๆ / บัตรนักเรียนที่มีท่านั่งแปลกๆกับหน้ากลมๆ

-/ผปค.โดนต่อยตายไป

 

 

 

ชื่อ เซดริก โบน (Cedric Bone)

อายุ 17 ปี

วันเกิด 18 สิงหาคม

เพศ ชาย

ส่วนสูง/น้ำหนัก 180 cm / 76 kg


ชั้นปี 13

แผนก ตะวันออก

วิชาเลือก เศรษฐศาสตร์ในถ้วยชา , คหกรรม

ชา JASMIN TEA

ภูตชา เจิ้น เฟิงฮัว

 

ลักษณะ

ผมสีน้ำตาลแดงธรรมชาติ ตาสีเขียว เจาะหูสามรู ข้างซ้ายสอง ข้างขวาหนึ่ง แต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยนัก

ชอบ/ไม่ชอบ

-ชอบ ดื่มชา ชอบกินขนม และชอบทำขนมด้วย ชอบสัตว์ตัวใหญ่ๆ ดนตรีไม่เจาะจงแนว ชอบฟังมากกว่าเล่น แต่ก็เล่นกีตาร์ได้ ชอบคนที่แกล้งได้

-ไม่ชอบ กฎระเบียบ การถูกบังคับ ความโดดเดี่ยว สัตว์ตัวเล็กๆ ชุดทางการอึดอัด ไม่ชอบคนที่แกล้งไม่ได้ เกลียดคนที่มาแกล้งกลับ

-เกลียดและกลัว เสียงฟ้าผ่า

นิสัย

รักอิสระ ออกจะหัวแข็งไม่เบา เอาแต่ใจ ทำอะไรเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังใครถ้าไม่ใช่คนสำคัญ หัวไว มีไหวพริบพอตัว ไม่ค่อยไว้ใจหรือพึ่งพาใคร แต่จะรักพวกพ้อง รักครอบครัวมาก ไม่ยอมแสดงด้านอ่อนแอของตัวเองให้ใครเห็น เป็นคนใจอ่อนและขี้สงสารมากๆคนหนึ่ง แต่มักแสดงท่าทีก้าวร้าวขี้หงุดหงิดโมโหและขวางโลกกลบเกลื่อน

ประวัติ

พ่อเป็นชาวอังกฤษ แม่เป็นชาวอเมริกัน ทั้งสองคนแยกกันอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของตัวเอง(ไม่ได้หย่าร้าง) โดยเซดริกที่เป็นลูกคนเดียวไปอาศัยอยู่กับแม่ ถูกพ่อเรียกตัวกลับไปอังกฤษเพราะหวังจะให้สืบทอดกิจการเกี่ยวกับชาของตระกูล


อื่นๆ

+นอกจากแม่แล้วจะทำท่าเกเรใส่ทุกคนที่ขวางหน้า แต่หลังจากอยู่กับภูติชามาพักใหญ่ๆก็ดูจะอ่อนโยนแบบเปิดเผยขึ้นมาบ้าง...

+ติดแม่นิดๆ ไม่ได้เกลียดพ่อ แค่ไม่ค่อยได้เจอกันเลยวางตัวไม่ถูก บวกกับไม่ชอบที่ถูกทึกทักเอาเองว่าจะยอมรับช่วงต่อกิจการ /แต่ก็ไม่ปฏิเสธ...

+ดูเหมือนถูกใจใครจะแกล้งคนนั้นมากเป็นพิเศษ?

+เผด็จการกดขี่ข่มเหงภูติชาของตัวเองมาก......./จับถุงชาเหวี่ยงแบบบ่วงบาศ

+แต่ก็ไม่เคยทำอะไรรุนแรงหรอกน่า..../มั้ง

+คุณแม่เป็นนักข่าวสาวสายผจญภัย บางทีก็ไม่อยู่บ้านนานๆ เซดริกเลยอดทนกับความเหงาได้ดีในระดับนึง...แต่ก็ไม่ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆอยู่ดี

+เพราะงั้นถึงแสดงออกแบบผิดๆไปหน่อย แต่ก็ดีใจที่ได้มีเพื่อนใหม่ตัวกะเปี๊ยกนะ!

+ยิ้มยาก...หมายถึงยิ้มให้คนอื่นเห็นยากมาก

+พูดตรงๆก็ซึนนั่นแหละ....

+ทำอาหารและขนมเก่งพอตัว แต่ไม่ทำให้ใครกินง่ายๆหรอกนะ!

+กลับกัน ถ้าเป็นเรื่องทำความสะอาดจะทำแบบขอไปที...

 
 

CV

Daisuke Namikawa

 

------------------------------------------------------------------------------
 
 
คอมมูอีกแล้ว!!!! /น้ำตาาาาา 

[BONE]EP1-2 : A Ghastly Windy Night

posted on 30 Apr 2014 22:01 by hotaru-fai
 
 
 
 

Event 2 : There's something in the night
 
 
 
 
 
ก่อนจะเกิดเรื่องร้ายใหญ่ๆ มักจะมีลางร้ายเล็กๆน้อยๆก่อนเสมอ
 
 
 
 
 
 
19 เมษายน 19xx
มหาสมุทร________
 
 
--------------------------------------
 

เสียงยังคงดัง

ดังอยู่เรื่อยๆ มาสักพักแล้ว

เป็นเสียงที่อธิบายไม่ถูก....แปร่งหู เหมือนจะเป็นอย่างหนึ่ง แต่ก็คล้ายกับอะไรอีกอย่างหนึ่ง

ฟริกก้ายันตัวขึ้นบนเตียง มองไปที่อีกฝั่งห้อง พ่อกับเอมิลี่ยังหลับอยู่ ดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้ถึงเสียงแปลกๆข้างนอกนั้น ทั้งสองดูสงบสุขอยู่ในห้วงนิทราอย่างน่าอิจฉา

น่าอิจฉาจนเผลอคิดน้อยใจขึ้นมา

เธอสะบัดหัวเบาๆไล่บางอย่างออกไป หลังจากถูกรบกวนด้วยเสียงแปลกๆมาตั้งแต่เอนตัวลงนอน ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะตาสว่างไปเรียบร้อยเพราะความคิดสงสัยที่วนเวียนไปมา

 

เสียงอะไรกันนะ?

 

และในเมื่อมันไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ หนทางเดียวที่จะรู้ได้ คือออกไปดู

การออกมาข้างนอกตอนกลางดึกในขณะที่ผู้ปกครองหลับสนิทเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเท่าใดนักในฐานะเด็กสาวตัวเล็กๆอายุ15 แต่ในเมื่อที่ๆเธออยู่คือเรือทันสมัยที่สุดในยุค ที่มีพนักงานรองรับพร้อมบริการอยู่เกือบจะตลอดเวลา ไหนจะแสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินด้านนอกอีก เรื่องอย่างปัญหาความปลอดภัยจึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

 

หรืออย่างน้อยเธอก็คิดเช่นนั้น

 

เด็กหญิงคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนก่อนจะย่องข้ามห้องไปเปิดประตู-และปิดมันอย่างเงียบเชียบ ก้าวออกไปสู่ทางเดินสว่างไสวของเรือที่ยังไม่หลับใหล

 

----

 

ดูเหมือนฟริกก้าจะกินมื้อเย็นน้อยเกินไปอย่างที่เอมิลี่บอกจริงๆ

เธอรู้สึกได้ว่าท้องของตนเริ่มเบาโหวงๆ ประกอบกับเรือโคลงเคลงกว่าที่ควร ทำให้การเดินเล่นยามค่ำคืนดูจะมีอุปสรรคไม่เบา เด็กหญิงตัดสินใจเดินตามหาพนักงานบนเรือ เผื่อว่าของว่างหลังมื้อเย็นจะยังมีเหลือ แต่ไปๆมาๆก็ได้พบกับคนกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มแทน

 

ทุกคนลุกออกมาจากเตียงด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเสียงประหลาด ที่เพิ่งจะมารู้สึกตัวว่าเงียบหายไปได้สักพักแล้ว

 

คิดไม่ทันจบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

 

‘ตึง!’

 

เป็นเสียงที่ดังกว่าทุกครั้ง และอยู่ใกล้จนน่าหวาดหวั่น

 

ผู้ใหญ่สองสามคนในกลุ่มเริ่มจับกลุ่มปรึกษากัน ชายร่างสูงท่าทางสุภาพคนหนึ่งเสนอให้ลองไปสำรวจดูด้วยกันเพื่อความสบายใจ ซึ่งหลายๆคนก็เห็นด้วย

 

แล้วคนกลุ่มใหญ่---ฟริกก้านับเอาคร่าวๆว่า14คน รวมพนักงานท่าทางตื่นๆอีกหนึ่ง— ก็ค่อยเดินไปตามโถงทางเดินที่สว่างจ้า เรือโคลงเคลงบ้างเป็นระยะทำให้หนหรือสองหน เธอเกือบเซไปชนคนข้างๆ

 

ตลอดโถงทางเดินด้านหน้านั้นว่างเปล่าแม้จะเดินมาได้สักพัก ไม่มีวี่แววของต้นเสียงดังเมื่อครู่นี้เลย คนอื่นๆเริ่มหันเข้าหาและคุยกันอีกครั้ง บ้างก็เสนอให้กลับห้องพัก บางคนทำท่าจะเดินไปดูต่อให้หายคาใจ แต่ก่อนที่กลุ่มจะแยกกันหรือมีอะไรวุ่นวายเด็กสาวอีกคนที่ท่าทางอายุมากกว่าฟริกก้าไม่เท่าไหร่ก็เอ่ยขึ้น—แม้จะดูกล้าๆกลัวอยู่บ้าง

 

"เราลองหยุดคุยรายละเอียดกันสักหน่อย.......ดีไหมคะ?"

 

บางทีในเวลาและสถานการณ์ที่คลุมเครือ การอยู่รวมกลุ่มกันไว้และค่อยๆคิดหาทางไปต่อ ย่อมเป็นวิธีที่ดีกว่า

 

แต่เมื่อทั้งกลุ่มหันหน้าเข้าหากันและจับกลุ่มอีกครั้ง บางอย่าง...ที่มีขนาดใหญ่ พุ่งผ่านด้านหลัง เกี่ยวร่างของเด็กสาวให้ล้มลงไปพร้อมๆกับชายวัยกลางคนข้างกาย  

คนอื่นๆดูตื่นตกใจ ทั้งความเร็วและขนาดที่พาดผ่านทางจุดบอดสายตาทำให้ไม่มีใครมองเห็นได้ชัดนักว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่ ไม่ทันไรเงาวูบไหวสีเทาก็เคลื่อนผ่านไปอีกฝั่ง เกี่ยวอีกร่างให้เซล้มลงไปพร้อมๆกับที่ชนร่างของเด็กหญิงตัวเล็กให้ลงตามกันไป

คนอื่นๆที่เหลือเริ่มกระวนกระวาย สิ่งมีชีวิตบางอย่างนั้นพุ่งเข้าไปหลบอยู่ในเงามืดของมุมทางเดิน หลายๆคนช่วยคนล้มให้ลุกขึ้นมาแล้วถอยห่างจากจุดนั้น

ชายสูงอายุร่างท้วมใหญ่ก้าวออกไปข้างหน้าและพยายามเพ่งมองร่างใต้เงามืดนั้นอย่างพินิจ ก่อนจะหันไปทางพนักงานเรือสวมแว่นตาที่ยืนเหงื่อตกอยู่ในกลุ่มด้านหลัง

 

“บนเรือนี้มีอย่างอื่นนอกจากผู้โดยสารด้วยหรือ?”

 

ท่าทางอึกอักนั้นดูเหมือนจะตอบข้อสงสัยของผู้โดยสารได้มากกว่าคำพูดเสียอีก...

 

เห็นท่าทางแบบนั้นเด็กชายร่างเล็กที่ไม่ได้ล้มไปกับกลุ่มคนด้านหลังก็จัดแจงดันคุณพนักงานไปออกหน้ารับแทนทันที

 

“เป็นพนักงานก็ต้องช่วยปกป้องผู้โดยสารสินะฮะ? เพราะงั้น นำไปเลยฮะ!”

 

...ด้วยสายตาคาดหวังปนกดดัน จากคนราวโหล การปฏิเสธคงไม่ใช่เรื่องที่พนักงานบริการควรทำ

 

แม้จะท่าทางตื่นกลัวและไม่เต็มใจนัก ชายหนุ่มก็จัดแจงดันแว่นของตัวเองก่อนจะก้าวนำเข้าไปใกล้ร่างในเงามืด

ทีละนิด ทีละนิด

ทีละ---

 

ก่อนจะทันเห็นอะไร ร่างของพนักงานหนุ่มที่ควรจะนำอยู่ด้านหน้ากลับถูกอัดกระแทก ส่งให้ลอยหวือไปด้านหลังแทน

ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อเจ้าของแรงที่ส่งชายหนุ่มลงไปนอนกองค่อยๆโผล่พ้นออกจากเงามืด

 

มันคือม้า

ม้าสีน้ำตาตัวใหญ่ ลมหายใจฟืดฟาดและท่าทางกระสับกระส่ายเป็นสัญญาณบ่งบอกอย่างดี

ว่ามันกำลังพยศ

 

แม้ไม่มีคำพูด แต่ทุกคนก็กลับหลันหันแล้วออกวิ่งทันที  ซึ่งฟริกก้าไม่แน่ใจนักว่ามันเป็นวิธีที่ถูกต้องเมื่อเจอมาพยศหรือเปล่า

 

---แต่ไม่นานนักก็รู้ได้ว่ามันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนัก

 

 

แม้จะอยู่ในสภาพปกติ ก็ไม่มีทางที่คนจะวิ่งทันม้าตัวโตแข็งแรงสมบูรณ์ได้

...ไม่ต้องพูดถึงม้าแข็งแรงตัวโตที่กำลังพยศ

 

พริบตาเดียวเจ้าม้าก็วิ่งไล่กวดมาจ่อติดอยู่ข้างหลัง และโดยไม่มีใครคาดคิด ร่างหนึ่งสะดุดล้มลง

 

 

เสียงบดกระแทกดังบาดหู แม้ไม่หันมองก็รับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

 

ฟริกก้าไม่รู้ว่าควรทำยังไง หากจะหันกลับไปช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มที่ไม่รู้จักแม้ชื่อก็เสี่ยงจะโดนเหยียบไปด้วยหรือเปล่า อีกอย่างแรงเด็กๆเช่นเธอจะช่วยอะไรใครได้ แต่ในระหว่างที่เธอและอีกหลายๆคนยังไม่ทันตัดสินใจ ร่างใหญ่โตก็สวนกลับไปเข้าหาม้าที่ตรงเข้าใส่

ชายชราร่างท้วมส่งเสียงดังก้อง สองมือชูขึ้นเหนือหัว

 

ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ท่าทางนั้นทำให้ม้าหยุดชะงัก

 

หลังจากนิ่งลังเลดูท่าทีของเจ้าม้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมันไม่มีท่าทีจะวิ่งเข้าใส่ใครอีก แต่ละคนก็ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ และเปลี่ยนเป็นเร่งรีบเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งหมดสติอยู่บนพื้น

 

“ย...แย่แล้ว”

 

เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นตรงกับความคิดของใครหลายๆคน เมื่อหันไปมองก็เห็นพนักงานอีกคนวิ่งตรงเข้าไปหาร่างของคนเจ็บ ชายร่างเล็กพึมพำติดต่อแพทย์บนเรือกับผู้ดูแลสัตว์อยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปหาผู้โดยสารที่เหลือ

 

"ทุกท่านดูท่าทางเหนื่อยๆ ผมว่ารีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักเถอะครับ"

 

ต้องยอมรับว่าเป็นความจริงทีเดียว....

 

แม้จะเป็นห่วงหญิงสาวและพนักงานสวมแว่นที่บาดเจ็บ แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าอีกไม่นานแพทย์จะมาถึงและช่วยรักษาพวกเขาอย่างสุดความสามารถ เมื่อคิดได้ดังนั้นผู้โดยสารที่เหลือจึงแยกยายกันกลับห้องพักของตน

 

รวมถึงฟริกก้า ที่หวั่นใจอยู่ไม่น้อย

 

ทั้งเรื่องที่ว่าพ่อกับแม่เลี้ยงของเธอจะตื่นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวายแล้วไม่เจอลูกสาวอยู่ในห้อง

 

และสัตว์ที่อยู่บนเรือด้วยโดยไม่มีใครรู้ ไหนจะสภาพโคลงเคลงไปมาเกินกว่าที่ควรเป็นอีก

 

หางตาของเด็กหญิงกระตุกอีกครั้งในรอบวัน

 

หวังว่าการเดินทางจะปลอดภัย....หวังว่าอย่างนั้น

 

 -----------------------------------------------------------------------

คราวนี้เลทล่ะค่ะะะะะะะะะะะะ5555555555555555555555555555 TT7TT /พรากรัวๆแล้วคลานไปกราบท่านขวดกับคุณสต๊าฟ

ยังดีได้ขวดออโต้ต่อชีวิต ไม่งั้น..../เอื๊อก

สถานะผปค. ตอนนี้โค้งสุดท้ายของเทอม2ในรั้วมหาลัยปี1แล้วล่ะะะ เปิดตามอาเซียนเลยช้ากว่าชาวบ้านเขาจมเลย o<-<

 

 สัปดาห์หน้าไฟนอลรัวๆ งานเพียบและยัไม่เสร็จเลย เย้ o>---------< /ตาย

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ คอขวดกลุ่มK ที่ช่วยกันฝ่าฟันม้าพยศมาด้วยกันนะคะ ทุกคนน่ารักมากเลยล่ะ หวังลึกๆให้ได้เจอกันอีกในอีเวนท์หน้า ; v ;

 

พบกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ คิดว่าคงเป็นลงตัวละครคอมมูอีกแล้วล่ะ ฮา T7T /มีเวลาเล่นรึก็เปล่า....

 

 

 (ได้กลิ่นไหม้ไหมคะ....สกิลการอธิบายตอนนี้ลดต่ำเตี้ยมากเลยล่ะ oJz)